วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

"ยา 15 ชนิดที่แพทย์แนะนำว่า สามารถพกติดตัวไปต่างประเทศได้"

คำแนะนำของคุณหมอคือให้จัดยาแยกตาม “กลุ่มอาการ” ที่พบบ่อยทั้งหมด 5 กลุ่ม รวมแล้ว 15 ชนิด ได้แก่

แก้ไข้ แก้ปวด แก้เมื่อย อาการภายนอกที่พบบ่อยเวลาเดินทาง แก้เมารถ เมาเรือ ซึ่งมักเกิดตอนขึ้นยานพาหนะ อาการด้านระบบทางเดินอาหาร ส่วนใหญ่คือ ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ แก้แพ้ และอาการด้านหูคอจมูก เจอบ่อยเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง กลุ่มยาอื่นๆ ซึ่งรวมถึงยาเฉพาะสำหรับโรคประจำตัว (ถ้ามี)
หมายเหตุ: ชื่อยาอาจแตกต่างกันไปตามชื่อทางวิทยาศาสตร์หรือชื่อทางการค้าของแต่ละบริษัท ควรตรวจสอบกับเภสัชกรอีกครั้ง

"กลุ่มยาแก้ไข้ แก้ปวด แก้เมื่อย"
1. PARACETAMOL พาราเซตามอล (500 mg):สำหรับ : แก้ไข้ แก้ปวด:วิธีทาน : 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง คงไม่ต้องอธิบายกันมากกับ “พาราเซตามอล” ยาสามัญประจำบ้านที่ช่วยได้ทั้งอาการแก้ไข้ ตัวร้อน และแก้ปวดตามจุดต่างๆ ถือเป็นยามาตรฐานที่ทุกคนควรพกติดตัวอยู่แล้ว

คำแนะนำ การทานยาพาราเซตามอล ควรทานให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว โดยเอาน้ำหนักไปคูณ 10 จะเป็นปริมาณยาพาราเซตามอลที่ควรทาน เช่น  ผู้หญิงตัวเล็กหนัก 42 กิโลกรัม ก็ควรทานยา 420 มิลลิกรัม หรือ ทานพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัมเพียง 1 เม็ดเท่านั้น (รายละเอียด)

2. NORGESIC นอร์จีสิก (ยาคลายกล้ามเนื้อผสมยาแก้ปวด)
สำหรับ : เมื่อมีอาการปวดเมื่อยจากการเดินมากๆ:วิธีทาน : 1 เม็ด 3 เวลาหลังอาหาร

ในทริปที่ต้องใช้วิธีเดินเท้ามากๆ หรือจัดโปรแกรมแน่นจนต้องเดินทั้งวัน อาการปวดเมื่อยจะตามมาจนทำให้วันต่อไปเที่ยวไม่สนุกเพราะขาจะร้าวไปหมด การกินยาคลายกล้ามเนื้อย่อมช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยเหล่านี้ได้ค่ะ

เทคนิคอีกอย่างที่ช่วยคลายเมื่อยได้ดีคือถ้าห้องพักมีอ่างอาบน้ำ ก็สามารถเติมน้ำร้อนเพื่อแช่เท้าสักระยะหนึ่ง ช่วยคลายกล้ามเนื้อจากการเดินมาทั้งวันได้

3. DICLOFENAC ไดโคลฟีแนค:สำหรับ : แก้ปวดเมื่อย เช่น ปวดเข่า ข้อบวม:วิธีทาน : 1 เม็ด 3 เวลาหลังอาหาร:คำแนะนำ กรณีเป็นโรคกระเพาะให้ใช้ CEREBREX หรือ ARCOXIA แทน
ไดโคลฟีแนคเป็นยาแก้ปวดเมื่อยอีกตัวหนึ่ง อย่างไรก็ตามถ้าเป็นโรคกระเพาะก็ควรระวังไว้หน่อย

4. VOLTAREN GEL โวลทาเรนเจล
ยาใช้ภายนอก สำหรับทาแก้ปวดเมื่อยโวลทาเรนเจล เป็นยาทาภายนอก ใช้ทาบริเวณกล้ามเนื้อจุดที่เมื่อยควบคู่ไปกับยากินข้างต้นได้

"กลุ่มยาแก้เมารถ เมาเรือ"
5. DRAMAMINE ดรามามีน
สำหรับ : แก้เมารถ เมาเรือ
วิธีทาน: 1 เม็ดก่อนออกเดินทาง 15 – 30 นาที ทานแล้วจะง่วงซึมหรือหลับเลยทีเดียว

อาการเมารถเมาเรืออาจไม่ได้เกิดกับทุกคน ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนเมารถเมาเรือง่ายก็ควรมีติดตัวอยู่แล้ว แต่ถึงแม้เราจะไม่ได้เมารถเมาเรือ การพกพายาตัวนี้ไปย่อมจะได้ใช้งานยามเพื่อนร่วมทริปออกอาการ ในกรณีที่รถขึ้นเขา ขับเหวี่ยง หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ

"กลุ่มยาระบบทางเดินอาหาร"
6. NORFLOXACIN นอร์ฟลอกซาซิน (400 mg)
สำหรับ : แก้ลำไส้หรือทางเดินปัสสาวะอักเสบ เช่น ท้องเสีย
วิธีทาน : 1 เม็ด เช้า-เย็นหลังอาหาร

การไปต่างถิ่นที่ต้องกินอาหารแปลกๆ จนอาจเกิดอาการท้องเสียได้ ส่วนจะรุนแรงแค่ไหนก็ขึ้นกับสภาพการณ์ แต่การท้องเสียย่อมทำให้การเดินทางไกลไม่สะดวกเพราะต้องหาห้องน้ำเข้าเป็นระยะๆ (แถมบางประเทศก็หาห้องน้ำระหว่างทางยากกว่าเมืองไทยมาก) การเตรียมยาแก้ท้องเสียไปด้วยย่อมช่วยลดปัญหาเหล่านี้ลงได้

7. IMODIUM อิโมเดียม
สำหรับ : ลดการบีบตัวของลำไส้ กรณีท้องเสียรุนแรง
วิธีทาน : 2 เม็ดทันที หลังจากนั้น 1 เม็ดทุกครั้งที่ถ่าย หรือ ทุก 4-6 ชั่วโมง และไม่เกิน 4-6 เม็ด

8. ULTRACARBON อัลตราคาร์บอน (ถ่านอัดเม็ด)
สำหรับ : ช่วยดูดซึมแก๊ส เมื่อแน่นท้อง ท้องอืด หรือดูดพิษเมื่อท้องเสีย
วิธีทาน : 1-2 เม็ด และไม่ควรทานร่วมกับนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม และยาอื่นๆ (หากจำเป็นควรทานห่างจากยานี้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง)

9. ผงเกลือแร่ ORS
สำหรับ : ชดเชยการสูญเสียน้ำในกรณีท้องเสีย
วิธีทาน : ละลายผงเกลือแร่ผสมน้ำสะอาดดื่มแบบค่อยๆ จิบ (ถ้าหาแก้วน้ำลำบาก สามารถละลายลงในขวดแล้วทานได้)

ผงเกลือแร่ไม่ได้แก้ท้องเสียโดยตรง แต่การท้องเสียจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากจนอ่อนเพลีย สามารถใช้ผงเกลือแร่ช่วยฟื้นฟูร่างกายกลับมาได้

10. SIMETHICONE ไซเมทิโคน  หรือ (Air-X) แอร์เอ็กซ์
สำหรับ : แก้ท้องอืด แน่นท้อง
วิธีทาน : 1-2 เม็ด เคี้ยวก่อนอาหาร

นอกจากอาการท้องเสียแล้ว อาการที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารคือท้องอืดหรือแน่นท้อง อันเป็นผลมาจากการกินน้ำอัดลมหรือกินมากเกินไป (สำหรับทริปตระเวณชิมทั้งหลาย) ถ้ารู้ตัวว่ามีอาการลักษณะนี้ได้ง่ายก็ควรพกยากลุ่มนี้ไปด้วย (แถมยากลุ่มนี้ใช้การเคี้ยว ไม่ต้องกินคู่กับน้ำด้วย)

"กลุ่มยาแก้แพ้ และหูคอจมูก"
11. CETIRIZINE เซไทริซีน หรือ LORATADINE ลอราทาดีน
สำหรับ : แก้แพ้ แก้คัน ลดน้ำมูก : วิธีทาน : 1 เม็ดต่อวัน

อาการแพ้อากาศ หรือแพ้วัตถุบางอย่างจนเกิดอาการคันอาจเกิดได้เสมอ เมื่อแพ้อากาศแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือน้ำมูกไหลไม่หยุด ดังนั้นถ้าแพ้อากาศง่ายก็ควรพกยาแก้แพ้ตัวนี้ไปด้วย

"คำเตือน การทานยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม"
12. AMOXYCILLIN อะม็อกซีซิลลิน (500 mg):สำหรับ : รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะคออักเสบ:วิธีทาน : 1 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง (3 เวลาหลังอาหาร และก่อนนอน)

นอกจากแพ้อากาศแล้ว ถ้าเป็นหวัดระหว่างเดินทางจนคออักเสบ ก็ต้องมียาแก้อักเสบติดตัวไปเช่นกัน โดยยาแก้อักเสบมาตรฐานคืออะม็อกซีซิลลิน หาซื้อได้ทั่วไปอยู่แล้ว

"กลุ่มยาอื่นๆ"

13. POVIDINE IODINE โพวิโดน ไอโอดีน หรือ BETADINE  เบตาดีน:ยาใช้ภายนอก สำหรับทาแผลสด อุบัติเหตุภายนอกเกิดขึ้นได้เสมอ ส่วนใหญ่คือการหกล้มจนขาหรือแขนเป็นแผลสด ถ้ามียาแบบเบตาดีนติดตัวไป (พร้อมพลาสเตอร์) ก็สามารถใส่เพื่อทำความสะอาดแผลได้

14. ยาดม ยาอม ยาหม่อง :อันนี้คุณหมอไม่ได้แนะนำว่าตัวไหน ตามแต่ความชอบส่วนตัวเลยค่ะ

15. ยาเฉพาะโรคส่วนตัว:หากเป็นยาที่หาไม่ได้ตามร้านขายยาทั่วไป ยิ่งต้องพกติดตัวไปด้วยพร้อมกับใบสั่งยาและใบรับรองแพทย์

หมายเหตุ
-ขอบคุณข้อมูลจากเวป 2baht
-กรณีพกยาไปต่างประเทศ อาจจะรบกวนให้เภสัชกรช่วยเขียนฉลากยาเป็นภาษาอังกฤษ และโปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง
-ตัวอย่างรายชื่อยาที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายและห้ามนำเข้ามาในญี่ปุ่น เนื่องจากมีส่วนผสมต้องห้าม เช่น Tylenol Cold, Nyquil, Nyquil Liquicaps, Actifed, Sudafed, Advil Cold & Sinus, Dristan Cold (“No Drowsiness”), Dristan Sinus, Drixoral Sinus,  Vicks Inhaler, Lomotil (อ้างอิงจาก สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และ Drug Laws in Japan

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น